The Answer : การทำ PRP VS Volite ต่างกันยังไง

The Answer คุณถาม… หมอเบนซ์ตอบ!

Q : เมโสหน้าใสคืออะไร ได้ผลดีอย่างไรบ้าง?

A : เมโสหน้าใส หรือ mesotherapy เป็นวิธีการฉีดวิตามินชนิดต่างๆเข้าสู่ผิวหน้า ซึ่งสามารถฉีดกระจายทั่วใบหน้าแบบตื้นๆ หรือจะใช้เข็มสะกิดผิวชั้นบนก็ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับเทคนิคและตัววิตามินของแต่ละคลินิกที่ใช้ครับ


ข้อดีของการฉีดเมโสหน้าใส คือ เห็นผลได้อย่างรวดเร็วภายใน 3-5 วันหลังฉีด พร้อมช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว, กระชับรูขุมขน, รักษาฝ้ากระ จุดด่างดำต่างๆ , หลุมสิว, ริ้วรอย และยังรักษาใต้ตาคล้ำได้อย่างดีอีกด้วยครับ ซึ่งผลของการรักษาจะแตกต่างกันออกไป ตามตัววิตามินที่นำมาใช้ฉีดเข้าสู่ผิว โดยทั่วไปควรทำติดต่อกันประมาณ 3-5 ครั้งเพื่อให้ได้ผลชัดเจนและคงสภาพผิวได้นานยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องกังวลถึงเรื่องสารเคมีที่ตกค้างเนื่องจากวิตามินเหล่านี้จะค่อยๆสลายไปเองตามธรรมชาติครับ


นอกจากนี้ ยังสามารถฉีดเมโสหน้าใสด้วยวิธี 16 จุดบนใบหน้า(ตามทิศทางการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลือง) อย่างเช่นการฉีดมาเด้(made collagen) ที่หลายๆคนน่าจะเคยได้ยินมาบ้าง ก็ถือว่ามาเด้เป็นการฉีดเมโสหน้าใสชนิดหนึ่งครับที่สามารถช่วยรักษาสิวและลดผดผื่นได้อย่างดี


ดังนั้นหากจะทำเมโสหน้าใส ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินผิวก่อนทุกครั้งว่าเหมาะกับการทำเมโสด้วยวิตามินชนิดไหนเพื่อจะได้เห็นผลที่ชัดเจนตรงจุดและปลอดภัยที่สุดนะครับ


ส่วนการฉีดเกล็ดเลือด (PRP) กับการฉีดไฮย่าเข้มข้น (Volite) ก็ถือว่าเป็นการทำเมโสหน้าใสชนิดหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากในการฉีดแต่ละครั้งจะคงสภาพผิวได้นานมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องทำบ่อยๆครับ ซึ่งคุณสมบัติพิเศษของแต่ละตัวจะเป็นอย่างไรสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทาง Inbox ได้เลยนะครับ แล้วอย่าลืมกดติดตาม + See First เพจ The Project Skin & Laser Clinic กันไว้ด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาดข้อมูลดีๆเกี่ยวกับผิวสวยที่หมอจะมาแชร์ให้ฟังกันเรื่อยๆครับ